น้ำตาล ความหวานที่มาพร้อมกับอันตรายรอบตัว

            เคยมีแคมเปญที่ให้เหล่าคนดังมาร่วมรณรงค์การลดปริมาณโซเดียมในอาหารลงที่ว่า “ลดเค็มครึ่งหนึ่ง คนไทยห่างไกลโรค” ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่ช่วยกระตุ้นให้คนเริ่มใส่ใจสุขภาพ แต่อยากจะบอกว่าอันตรายที่มากกว่าความเค็มที่ควรมีการรณรงค์อย่างเร่งด่วนเลยก็คือ “ลดหวานให้เหลือเพียง 1/4” เพราะความหวานนั้นเป็นอันตรายยิ่งกว่าความเค็มเสียอีก


อันตรายจากน้ำตาล

            ที่มาของความหวานก็คือน้ำตาลในรูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็นกลูโคส ฟรุกโตส ซูโครส ฯลฯ ที่มีอยู่ทั่วไปในอาหารแทบทุกชนิดที่เราบริโภคเข้าไปไม่ว่าจะเป็นข้าว ผลไม้ นม ขนมหรือแม้กระทั่งเนื้อสัตว์ เมื่ออาหารเหล่านี้ผ่านเข้าสู่กระบวนการย่อยแล้วก็จะถูกเปลี่ยนสภาพเป็นน้ำตาลเพื่อใช้เป็นพลังงานต่อไป ดังนั้นน้ำตาลจึงเป็นสิ่งที่ร่างกายจะขาดไม่ได้เช่นกัน

โชคดีที่ฉันป่วย ประสบการณ์จากคนเคยป่วยที่ขอบอกต่อ

            ตั้งแต่เด็กจนโตฉันมักจะได้ยินประโยคที่ว่า “ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” แม้จะเข้าใจความหมายของประโยคนี้อย่างถ่องแท้แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะใส่ใจแม้แต่น้อย กระทั่งเมื่อฉันได้มีโอกาสป่วยด้วยโรคเรื้อรังที่ถูกระบุว่าไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ ตอนนั้นเองฉันก็ได้ตระหนักถึงมันอย่างจริงจัง


โชคดีที่ฉันป่วย

            ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น ช่องทางการหาเงินก็มีรูปแบบที่หลากหลายตามไปด้วยเช่นกัน แล้วอาชีพที่ฉันเลือกในการหาเงินเข้ากระเป๋าก็คือการนั่งจ้องอยู่หน้าคอมพิวเตอร์วันละ 10 ชั่วโมง (เป็นอย่างน้อย) แม้จะทำเงินได้ในระดับหนึ่งแต่นั่นก็ทำให้ร่างกายเริ่มอ่อนแอด้วยเช่นกัน

ดาวอินคา (ถั่วดาวอินคา) มิติใหม่แห่งการดูแลสุขภาพ

            ย้อนเวลากลับไปเมื่อราว 3,000 กว่าปีก่อน ชาวเผ่าอินคาผู้สรรค์สร้างอารยธรรมในเขตป่าอเมซอนแถบประเทศเปรูมีการใช้พืชรูปร่างคล้ายดาวที่ต่อมารู้จักกันในชื่อดาวอินคา (Plukenetia Volubilis / Sacha Inchi) มาเป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหารและนั่นก็เป็นความลับแห่งการมีสุขภาพดี


ดาวอินคา (ถั่วดาวอินคา) @ Pinterest

            ในปัจจุบันเมื่อวิทยาการก้าวหน้ามากขึ้นจึงมีการวิจัยเกี่ยวกับความลับของดาวอินคาแล้วก็ได้พบกับความลับอันน่ามหัศจรรย์เกี่ยวกับคุณสมบัติพิเศษที่ซ่อนอยู่ภายในพืชรูปร่างแปลกตานี้จนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางและกลายมาเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามมากมาย