ชาเบาหวาน เครื่องดื่มสมุนไพรบรรเทาอาการเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด

            ผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวานชนิดไม่ต้องพึ่งอินซูลินรวมทั้งผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงที่ต้องทานยามาอย่างต่อเนื่องแต่ก็ทำได้เพียงการรักษาไม่ให้อาการแย่ลงกว่าเดิมแถมยังต้องเสี่ยงกับผลข้างเคียงจากยาแผนปัจจุบัน ตอนนี้ลองลดปริมาณยาลงแล้วหันมาพึ่งพาสมุนไพรที่มีประโยชน์และไม่มีผลข้างเคียงกันดีกว่าไหม


ชาเบาหวาน ชาลดน้ำตาลในเลือด

            สมุนไพรที่ใช้ในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดนั้นมีอยู่มากมาย แต่ที่จะแนะนำในวันนี้คือสมุนไพรที่ถูกนำมาทำเป็นชาเพื่อให้บริโภคได้ง่ายที่มักจะเรียกกันว่า “ชาเบาหวาน” ซึ่งนอกจากจะเป็นผู้ช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว สมุนไพรแต่ละชนิดยังมีสรรพคุณในการป้องกันโรคได้อีกสารพัดเลยทีเดียว


ผักเชียงดา (Gymnema Sylvestre) @ ชาเบาหวาน

ผักเชียงดา (Gymnema Sylvestre)
            สมุนไพรพื้นบ้านที่ถูกใช้ในการรักษาอาการเบาหวานมานานนับพันปีแล้ว ผักเชียงดามีคุณสมบัติในการป้องกันไม่ให้น้ำตาลซึมเข้าสู่กระแสเลือดและฟื้นฟูเบต้าเซลล์ในตับอ่อนซึ่งเป็นอวัยวะที่ผลิตอินซูลิน โดยในบรรดาสมุนไพรรักษาอาการเบาหวานนั้นผักเชียงดาถือได้ว่าเป็นสุดยอดที่สุดแล้ว ผักเชียงดา


เจียวกู่หลาน (Gynostemma Pentaphyllum) @ ชาเบาหวาน

เจียวกู่หลาน (Gynostemma Pentaphyllum)
            สมุนไพรพื้นๆแต่สรรพคุณนั้นเลอค่าไม่แพ้โสมที่ได้ชื่อว่าเป็นราชาสมุนไพร เจียวกู่หลานมีสารที่เข้าไปกระตุ้นตับอ่อนสร้างอินซูลินจึงลดระดับน้ำตาลในเลือด ขยายหลอดเลือดหัวใจเพื่อกระตุ้นการไหลเวียน ป้องกันการจับตัวของลิ่มเลือด รวมทั้งยังมีคุณสมบัติในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ เจียวกู่หลาน


เห็ดหลินจือ (Lingzhi) @ ชาเบาหวาน

เห็ดหลินจือ (Lingzhi)
            สมุนไพรล้ำค่าที่ได้ชื่อว่าเป็นเทพเจ้าแห่งชีวิต เห็ดหลินจือนั้นมีหลากหลายสายพันธุ์แต่ที่ดีที่สุดคือเห็ดหลินจือสายพันธุ์สีแดงที่อุดมไปด้วยสรรพคุณทางยา สารสำคัญในเห็ดหลินจือจะเข้าไปกำจัดสารพิษตกค้างโดยเฉพาะกรดยูริก น้ำตาล ไขมันและสารเคมีที่เป็นพิษทั้งหลายออกทางระบบขับถ่าย เห็ดหลินจือ


ใบหม่อน (Mulberry Leaf) @ ชาเบาหวาน

ใบหม่อน (Mulberry Leaf)
            สมุนไพรพื้นบ้านที่หลายคนคุ้นเคยแต่อาจจะไม่รู้ว่ามันมีสรรพคุณทางยามากมายจนยากที่จะปฏิเสธได้ ใบหม่อนมีสรรพคุณในการป้องกันการดูดซึมของน้ำตาลในลำไส้เล็กจึงช่วยลดและรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ รวมทั้งขจัดไขมันในเลือดและลดความดันโลหิตได้ดี ใบหม่อน


ชะเอมเทศ (Liquorice) @ ชาเบาหวาน

ชะเอมเทศ (Liquorice)
            สมุนไพรที่พบได้ทั่วไปในเมนูอาหารเพื่อสรรพคุณในการบำรุงกำลังวังชา ชะเอมเทศได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดสมุนไพรจีนในเรื่องการกำจัดพิษจากร่างกายโดยเฉพาะพิษที่สะสมอยู่ในเลือดและตับ ชะเอมเทศจึงช่วยทั้งในเรื่องการกำจัดน้ำตาลและฟื้นฟูตับให้กลับมาทำงานได้อย่างปกติ ชะเอมเทศ


หญ้าหวาน (Stevia) @ ชาเบาหวาน

หญ้าหวาน (Stevia)
            สมุนไพรที่ให้รสชาติหวานสูงมากแต่กลับมีประโยชน์ต่อร่างกาย หญ้าหวานได้ชื่อว่าเป็นสิ่งที่ให้ความหวานที่ดีที่สุดเพราะนอกจากจะช่วยแก้อาการอยากน้ำตาลได้อย่างดีแล้วยังช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด บำรุงตับอ่อนและรักษาแผลเรื้อรังที่เกิดจากเบาหวานให้หายได้ หญ้าหวาน


ชาเขียว (Green Tea) @ ชาเบาหวาน

ชาเขียว (Green Tea)
            เคล็ดลับการมีสุขภาพดีของชาวญี่ปุ่นแต่ต้องเป็นชาที่ไม่ผสมอย่างอื่นลงไป ชาเขียวมีสารต้านอนุมูลอิสระที่นอกจากจะช่วยให้ผิวพรรณสดใสแล้วยังลดการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดจึงลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้ดีและช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ชาเขียว


ชาขาว (White Tea) @ ชาเบาหวาน



ชาขาว (White Tea)
            ชาที่ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดของชาเขียว ชาขาวช่วยเพิ่มความทนทานต่อกลูโคสในเลือดซึ่งก็คือเพิ่มประสิทธิภาพการหลั่งอินซูลินออกมาควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ผู้ที่มีภาวะเบาหวานขึ้นตาจนส่งผลต่อการมองเห็นชาขาวก็สามารถช่วยฟื้นฟูให้ดวงตากลับมาทำงานดีขึ้นได้ ชาขาว




            ได้เห็นสรรพคุณในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดกันไปแล้วเชื่อว่าหลายคนคงอยากจะลองดื่มขึ้นมาทันที สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีอาการผิดปกติดังกล่าวก็สามารถดื่มเพื่อป้องกันและบำรุงสุขภาพได้ เรียกว่าเป็นการยืดอายุให้กับระบบต่างๆในร่างกายที่เริ่มเสื่อมสภาพซึ่งคงไม่ใช่เรื่องยากเกินไปที่จะหามาดื่มกัน
            แต่สิ่งสำคัญที่หลายคนยังอาจจะเข้าใจผิดก็คือ การดื่มชาเบาหวานไม่ใช่การรักษาเบาหวาน!!! แม้จะมีเจ้าของผลิตภัณฑ์ออกมาสาธยายว่าดื่มแล้วดีขึ้นซึ่งมันก็จริง แต่มันไม่ใช่การรักษา ความจริงแล้วมันเป็นเพียงการบรรเทาอาการหรือแค่การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของการมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงเท่านั้น
            สาเหตุของเบาหวานคือการที่ตับอ่อนเสื่อมสภาพจนไม่สามารถผลิตอินซูลินออกมาควบคุมระดับน้ำตาลได้ตามปกติ การดื่มชาเพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดก็เท่ากับเป็นการบังคับให้ตับอ่อนที่เสื่อมสภาพทำงานหนักขึ้นไปอีก แม้ร่างกายจะได้อินซูลินออกมาควบคุมระดับน้ำตาลแต่ตับอ่อนก็จะยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ
            หากจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพก็คงจะเหมือนกับการที่ต้องขี่ม้าเป็นระยะทางไกลๆ เมื่อม้าเกิดอาการอ่อนแรงลงเพราะความเหนื่อยล้า แทนที่จะปล่อยให้ม้าได้พักผ่อนและฟื้นคืนกำลังเพื่อจะได้กลับมาขี่ต่อ เรากลับเอาแส้เฆี่ยนให้ม้าวิ่งต่อไปเรื่อยๆจนไม่ได้หยุดพัก แบบนี้คงไม่ต้องบอกนะว่าสุดท้ายแล้วม้าตัวนั้นจะจบลงอย่างไร...