โชคดีที่ฉันป่วย ประสบการณ์จากคนเคยป่วยที่ขอบอกต่อ

            ตั้งแต่เด็กจนโตฉันมักจะได้ยินประโยคที่ว่า “ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” แม้จะเข้าใจความหมายของประโยคนี้อย่างถ่องแท้แต่ก็ไม่เคยคิดที่จะใส่ใจแม้แต่น้อย กระทั่งเมื่อฉันได้มีโอกาสป่วยด้วยโรคเรื้อรังที่ถูกระบุว่าไม่มีทางรักษาให้หายขาดได้ ตอนนั้นเองฉันก็ได้ตระหนักถึงมันอย่างจริงจัง


โชคดีที่ฉันป่วย

            ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น ช่องทางการหาเงินก็มีรูปแบบที่หลากหลายตามไปด้วยเช่นกัน แล้วอาชีพที่ฉันเลือกในการหาเงินเข้ากระเป๋าก็คือการนั่งจ้องอยู่หน้าคอมพิวเตอร์วันละ 10 ชั่วโมง (เป็นอย่างน้อย) แม้จะทำเงินได้ในระดับหนึ่งแต่นั่นก็ทำให้ร่างกายเริ่มอ่อนแอด้วยเช่นกัน
            บางท่านอาจคิดว่าการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องที่สบายแต่ความจริงแล้วมันให้ผลเสียอย่างใหญ่หลวงต่อสุขภาพเพราะร่างกายแทบจะไม่ได้ออกแรงอะไรเลย ฉันใช้ชีวิตเช่นนี้เป็นเวลาหลายปี สุดท้ายสิ่งที่ได้รับคือโรคเบาหวานในระยะเริ่มต้นทั้งที่อายุเพิ่งจะ 20 กลางๆเท่านั้นเอง
            สาเหตุทำให้ป่วยได้นั้นก็เพราะร่างกายไม่มีการบริหารจัดการพลังงานอย่างสมดุลจนมันล้นทะลัก แล้วก็อย่างที่รู้กันว่าเบาหวานถือเป็นชุมสายที่จะพาไปยังอีกสารพัดโรคทั้งความดัน อัลไซเมอร์ ปลายประสาทเสื่อม หัวใจ ไต ฯลฯ สถานการณ์ในตอนนั้นของฉันจึงอยู่ในขั้นเสี่ยงที่จะเป็นโรคดังที่กล่าวมา

ปฏิวัติสุขภาพ
            เมื่อถูกคุณหมอวินิจฉัยแล้วว่าฉันเป็นเบาหวานในขั้นเริ่มต้น สิ่งที่ฉันทำต่อมาคือการหาข้อมูลของโรค (งานถนัด) แล้วก็ต้องพบกับข้อมูลที่น่าตกใจว่าคนที่มีอาการป่วยด้วยโรคเบาหวานในขั้นที่รุนแรงขึ้นไปกว่าที่ฉันเป็นนั้นน่ากลัวเพียงใด นับตั้งแต่นั้นมาฉันจึงเลือกที่จะปฏิวัติสุขภาพของตัวเอง
            เริ่มจากการออกกำลังกายเพื่อจัดการกับพลังงานที่ล้นเหลือในร่างกายที่เป็นเหตุให้เกิดโรค ถามว่าเราควรออกกำลังขนาดไหนนั้นคำตอบคือทุกวันเพราะร่างกายได้รับพลังงานจากการกินเข้าไปทุกวัน ดังนั้นจึงควรออกกำลังกายให้เหงื่อออกวันละครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างน้อย แต่ไม่ใช่การออกกำลังกายอย่างหักโหม
            ขั้นตอนต่อมาคือการปฏิวัติเรื่องการกินโดยการควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัด บางคนได้ยินคำว่า “ควบคุมอาหาร” แล้วก็อย่าเพิ่งตกใจไปเพราะความหมายที่แท้จริงของการควบคุมอาหารไม่ใช่การอดอาหาร แต่ความหมายที่แท้จริงของคำว่าควบคุมอาหารนั้นคือการกินอาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่เหมาะสม
            ความมหัศจรรย์ในการฟื้นฟูร่างกายที่ได้รับจากหลักการปฏิบัติสองข้อง่ายๆ (แต่เคร่งครัด) แค่นี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ฉันหายจากอาการเบาหวานที่เป็นอยู่ได้โดยใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น แถมร่างกายของฉันก็กลับมามีพละกำลังแข็งแรงเหมือนได้กลับไปอยู่ในสมัยวัยรุ่นอีกครั้ง

รวยด้วยโรค
            สิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองนั้นโชคดีที่ป่วยก็คือการค้นพบอาการของโรคได้เร็วและฉันเองก็ยังอยู่ในวัยที่ร่างกายมีประสิทธิภาพในการฟื้นตัวได้ดี สามารถออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานๆโดยไม่ส่งผลเสียเหมือนคนที่ป่วยตอนอายุมากซึ่งร่างกายไม่สามารถเคลื่อนไหวติดต่อกันนานๆได้
            คนทั่วไปอาจจะไม่รู้ว่าอาหารปรุงสำเร็จ (อาหารถุง) 99% เป็นอาหารที่ไม่ควรบริโภคเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งนั่นคือสิ่งแรกที่ฉันเลิกอย่างเด็ดขาดโดยเปลี่ยนมาทำอาหารเองจากเมนูง่ายๆแถมต้นทุนยังถูกแสนถูก บรรดาขนมขบเคี้ยวที่เคยเป็นของโปรดกลายเป็นสิ่งที่ฉันเลือกที่จะหันหลังให้เช่นกัน
            การลดค่าใช้จ่ายให้กับอาหารปรุงสำเร็จและขนมขบเคี้ยวที่แสนโปรดปรานนั้นทำให้ฉันสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้หลายพันบาทต่อเดือนเลยทีเดียวซึ่งก็เท่ากับว่าฉันจะมีเงินเก็บมากขึ้นนั่นเอง งานนี้เรียกว่านอกจากจะได้สุขภาพที่ดีกลับคืนมาแล้วยังมีเงินเหลือไปทำอย่างอื่นได้อีกมาก
            การดูแลตัวเองทำให้ฉันมั่นใจได้ว่าช่วงชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ไปฉันจะปิดโอกาสจากบรรดาโรคเรื้อรังทั้งหลายเหล่านี้ให้เหลือน้อยที่สุดจนแทบจะเป็นศูนย์ได้ สุดท้ายคือสิ่งที่ฉันอยากจะบอกต่อทุกคนก็คืออยากให้หันมาใส่ใจดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอ อย่ารอให้ป่วยเพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะโชคดีเหมือนฉัน